การทํางานทางไกล (Remote Work) หรือการทํางานจากที่บ้าน (Work From Home) เป็นหนึ่งในเทรนด์นวัตกรรมของ HR ระหว่างปี 2020 - 2021 โดยที่ทุกองค์กรได้มีการดําเนินการมากขึ้นเมื่อโลกเราเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงต้นปี 2020 โดยก่อนหน้านี้ผลการศึกษาจาก International Working Group (IWG) ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการทํางานแบบทางไกลไม่มีข้อยกเว้นใดๆ อีกแล้ว และตอนนี้ได้กลายเป็นภาวะปกติใหม่ (New Norm) ในทั่วทุกประเทศและทุกอุตสาหกรรม และปัจจุบันในปี 2022 นี้ได้มีการทำงานที่เป็นแบบ Hybrid กันเพิ่มมากขึ้นหลังผ่านพ้นวิกฤตมา ซึ่งยังคงมีรูปแบบการทำงานทางไกลผสมผสานอยู่
ในประเทศไทยเองที่การทํางานแบบทางไกล หรือการทํางานจากที่บ้านยังไม่ได้เป็นที่นิยมมากนัก แต่เนื่องด้วยการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทําให้หลายองค์กรต้องมีการปรับรูปแบบการทํางานให้พนักงานสามารถทํางานจากที่บ้านได้ และเมื่อการแพร่ระบาดได้คลี่คลายลงบ้างแล้ว พนักงานบางส่วนก็สามารถกลับมาทํางานที่สถานที่ทํางานได้ แต่ก็ยังคงมีบางส่วนที่ยังคงทํางานจากที่บ้านอยู่ และจากรายงานข้อมูลการเดินทางของบุคคลในชุมชนสําหรับสถานการณ์โควิด-19 จาก Google ประจําวันที่ 6 กันยายน 2020 จะเห็นได้ว่าแนวโน้มสถิติการเดินทางไปทํางานยังตํ่ากว่าเกณฑ์พื้นฐานถึง 18%

ความท้าทายขององค์กรเกี่ยวกับการจัดการการทำงานแบบทางไกลหรือทำงานจากที่บ้าน (WFH)
- การสื่อสารนโยบายและวิธีการในการทำงานจากที่บ้านของพนักงานเพื่อกำหนดเป็นแนวทางปฎิบัติ เช่น เวลาในการทำงาน, การประเมินประสิทธิภาพการทำงาน, ความปลอดภัยทางด้านข้อมูล, และอื่น ๆ
- ความพร้อมในการใช้เทคโนโลยี ไม่เพียงแต่เรื่องอุปกรณ์เครื่องมือหรืออินเตอร์เน็ต เรื่องนี้ยังรวมไปถึงการใช้โปรแกรมหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ในการเข้ามาช่วยการทำงานแบบทางไกล เช่น การประชุมออนไลน์, ช่องทางการสื่อสารในทีมหรือในองค์กร, การแชร์ข้อมูลต่าง ๆ เป็นต้น
- วัฒนธรรมการทำงานแบบออนไลน์ พนักงานต้องมีความรู้ความเข้าใจในการทำงานแบบออนไลน์ ตัวอย่างเช่น วิธีการแชร์ข้อมูล การมีวินัยในการทำงาน เป็นต้น
- ทัศนะคติการทำงาน และความสามารถในการทำงานทางไกล พนักงานไม่ยึดติดกับวิธีการทำงานแบบเดิม ๆ พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และรับมือการเปลี่ยนแปลงที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว
เครื่องมือทางเทคโนโลยีดิจิทัลส่งเสริม Remote Work และ WFH
การประชุมออนไลน์
โปรแกรมเพื่อการประชุมออนไลน์ปัจจุบันมีแพลตฟอร์มมากมายให้บริการการประชุมออนไลน์ ได้แก่ Zoom, Microsoft Team, Cisco WebEx, Google Meet, และ Around

การติดต่อสื่อสารและเช็คอิน
โปรแกรมเพื่อการติดต่อสื่อสารและเช็คอินสมาชิกในทีมหรือในองค์กร ที่ใช้ในการตอบโต้กันในทันที ได้แก่ Line, Facebook Messenger, Slack, และ Google Hangout

การทํางานร่วมกันในออฟฟิศ
โปรแกรมสํานักงานในการทํางานร่วมกัน โดยสามารถแก้ไขงานพร้อมกันได้ ทํางานบนระบบคลาวด์ ได้แก่ Google G-Suite และ Microsoft Office 365

ระบบรวบรวมไฟล์หรือเอกสารงานต่างๆ
ระบบรวบรวมไฟล์หรือเอกสารงานต่างๆ มีการใช้ไฟล์ส่วนใหญ่ร่วมกันที่สามารถเข้าถึงได้โดยมักจะใช้ระบบคลาวด์อย่าง Google Drive, Dropbox, Onedrive, และ Coda

การบริหารจัดการงานโครงการ
โปรแกรมบริหารการจัดการงานโครงการ เพื่อให้องค์กรสามารถบริหารจัดการการทํางานของพนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทราบความคืบหน้า งานคงค้าง หรืองานที่วางแผนเพิ่มเติม ซึ่งจะมีโปรแกรมที่น่าสนใจอาทิเช่น Trello, Microsoft Team, Asana, หรือ Notion

การจัดหาเครื่องมือที่เหมาะสมให้พนักงานที่มีการทำงานแบบ Remote Work, WFH หรือแม้กระทั่ง Hybrid Work เป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญอย่างมากในการช่วยให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และองค์กรสามารถเติบโตแบบยั่งยืนด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและคนกับการทำงานเข้าด้วยกัน
