หลาย ๆ ท่านคงทราบดีว่า ความฉลาดทางอารมณ์หรือ Emotional Intelligence (EQ) เป็นทักษะที่จำเป็นในการทำงาน คนที่มี EQ สูง นอกจากจะเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและจัดการกับอารมณ์ตัวเองได้ดีแล้ว พวกเขายังอ่านบรรยากาศและเข้าใจความเป็นไปของคนรอบข้างได้อีกด้วย

EQ มีองค์ประกอบ 5 อย่าง และ 1 ในนั้นคือ Self-awareness หรือการตระหนักรู้ในตัวเอง งานวิจัยพบว่า คนที่มี Self-awareness จะเป็นคนที่มีความมั่นใจในตัวเอง มีความคิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจได้ดีขึ้น สร้างความสัมพันธ์ที่ดี และสื่อสารกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพนักงานที่มี Self-awareness จะก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า และผู้นำหรือหัวหน้าที่มีทักษะนี้ก็จะบริหารทีมได้ดี ทำให้พนักงานรู้สึกพึงพอใจกับงานมากขึ้นและสร้างผลกำไรแก่องค์กรได้มากกว่า

Self-awareness จึงเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในทุกองค์กรอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งยังเป็นองค์ประกอบหนึ่งของ EQ หรือความฉลาดทางอารมณ์ เพียงแต่ว่าคุณรู้จักและเข้าใจ Self-awareness ดีแล้วหรือยัง?

Self-awareness คืออะไร?

การตระหนักรู้ในตนเอง (Self-Awareness) เป็นความสามารถในการรับรู้และเข้าใจ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก สิ่งที่เราให้คุณค่า รวมถึงเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้ส่งผลต่อเราหรือพฤติกรรมของเราอย่างไรบ้าง ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถประเมินจุดแข็งและโอกาสเพื่อนำไปพัฒนาตนเองต่อไปได้ โดยที่เราสามารถแบ่งการตระหนักรู้ตนเองออกเป็น 2 ประเภท คือ

1.การตระหนักรู้ภายใน (Internal Self-awareness)

หมายถึง การมองเห็นหรือการเข้าใจว่าเรามีตัวตน ความคิด ความรู้สึก หรือให้คุณค่ากับสิ่งใดและสิ่งเหล่านี้มีผลต่อคนอื่น ๆ อย่างไรบ้าง

การตระหนักรู้ประเภทนี้จะช่วยให้เราเข้าใจ รวมถึงเท่าทันความคิด ความรู้สึก หรืออารมณ์ของตนเองได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากเราเข้าใจว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นคืออะไรและสาเหตุมาจากไหน ทำให้สามารถจัดการและรับมือกับอารมณ์นั้น ๆ ได้อย่างรู้เท่าทัน หากเราขาดการตระหนักรู้ภายใน เราอาจระบุที่มาของความรู้สึกผิดพลาด จนนำไปสู่การแก้ปัญหาที่ผิดได้ เช่น พาลโมโหใส่เพื่อนร่วมงาน เพราะเข้าใจว่าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้เราโกรธ ทั้งที่จริงแล้วการจราจรอันวุ่นวายหรือผู้คนที่เบียดเสียดบนรถไฟฟ้าต่างหากที่ทำให้เราหงุดหงิด เป็นต้น

2.การตระหนักรู้ภายนอก (External Self-awareness)

หมายถึง การมองเห็นหรือการเข้าใจว่าตัวตนของเราเป็นแบบไหนในมุมมองของคนอื่น ๆ

การตระหนักรู้ประเภทนี้จะช่วยให้เราสามารถเข้าอกเข้าใจผู้อื่น (Empathy) ได้มากขึ้น ว่าเพราะอะไรเขาถึงทำเช่นนี้ เปรียบเสมือนการได้รับ Feedback จากคนรอบข้าง ว่าเขามองพฤติกรรมหรือว่าความคิดของเราอย่างไร ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถรับมือและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดียิ่งขึ้น

หน้าตาของ Self-awareness เป็นอย่างไร?

เรามีตัวอย่างสถานการณ์มาบอกเล่าเพื่อช่วยให้คุณเห็นภาพของการใช้ Self-awareness ในชีวิตประจำวันและในที่ทำงาน

ตัวอย่างที่ 1

เจ ต่อสู้กับการทำรายงานประจำไตรมาสและผลลัพธ์ที่ทำได้ต่ำกว่าเป้าหมายบ่อยครั้ง เขาสังเกตและรู้สึกถึงว่า มาตรฐานของเขากับผลงานที่ทำได้ไม่สมดุลกัน เขาจึงประเมินตัวเองเพื่อระบุสาเหตุและกำหนดวิธีที่จะพัฒนาให้ดีขึ้น

เจ ถามตัวเองว่า อะไรทำให้งานที่ทำนั้นยากสำหรับเขา และเขาพบว่าเขาไม่ได้มีปัญหากับการทำงานให้สำเร็จตามที่กำหนดไว้ แต่มีปัญหากับการเขียนรายงานให้ลื่นไหลและอ่านเข้าใจได้ง่ายและชัดเจน เจจึงตัดสินใจลงเรียนคอร์สพัฒนาการเขียน และขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยอ่านและให้ Feedback ก่อนจะส่งงาน รวมทั้งยังพัฒนาแบบฟอร์มรายงานไว้สำหรับใช้งานในอนาคต เพื่อที่รายงานจะได้มีข้อมูลสำคัญครบถ้วนและเขาไม่ทำผิดพลาดซ้ำในครั้งต่อ ๆ ไป

ตัวอย่างที่ 2

จูน มีความเชื่อมั่นในตัวเองต่ำ (Low Self-esteem) ซึ่งทำให้เธอต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้า เธอรู้สึกว่าเก่งไม่พอและไม่พร้อมคว้าโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะความคิดนี้ขัดขวางเธอไว้ เธอจึงเลือกปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างการตระหนักรู้ในตนเอง

หลังจากมีโอกาสใหม่ ๆ เข้ามา ในแว่บแรกเธอคิดว่าไม่อยากทำและคิดที่จะปฏิเสธโอกาสนั้นไป แต่หลังจากปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญบ่อยครั้งและได้เรียนรู้วิธีการสร้างการตระหนักรู้แก่ตนเอง เธอก็เข้าใจว่า เป็นตัวเธอเองนั่นแหละที่บอกกับตัวเองว่าไม่อยากรับโอกาสที่เข้ามาหา เพราะกังวลว่าเธอจะทำได้ไม่ดีพอและเธอไม่เก่งเพียงพอ

จูนจึงย้ำกับตัวเธอเองว่า เราเก่งพอ เราดีพอ และถามย้อนกลับไปอีกว่า “ถ้าหากมันไปได้สวยละ?” แทนที่จะถามว่า “ถ้าชั้นทำมันพังละ?” อย่างที่เคยเป็นมา เมื่อตระหนักรู้ถึงความคิดความรู้สึกของตัวเอง จูนจึงเปิดรับโอกาสที่ผ่านเข้ามา โดยใช้ความตระหนักรู้ (Self-awareness) และความรักตัวเอง (Self-love) เพื่อเพิ่มโอกาสที่จะเติบโตและก้าวหน้าต่อไป

แล้วจะพัฒนา Self-awareness ได้อย่างไร?

เฉกเช่นเดียวกันกับทุกทักษะ Self-awareness สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ นอกจากนี้การตระหนักรู้ในตนเองยังเป็นก้าวแรกของการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์หรือ EQ อีกด้วย นั่นก็เพราะหากคุณรู้เท่าทันอารมณ์และความรู้สึกของคุณเอง คุณก็จะสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดีขึ้น นั่นคือนำไปสู่ Self-regulation องค์ประกอบที่ 2 ของ EQ นั่นเอง

ดังนั้นทั้งผู้นำ ผู้จัดการ และพนักงานทุกคนจึงต้องเพิ่มและพัฒนาการตระหนักรู้ในตนเองเพื่อประโยชน์แก่ตัวพนักงานและองค์กร เราจึงขอแนะนำวิธีการและเครื่องมือในการพัฒนา Self-awareness ดังต่อไปนี้

1. ทำความเข้าใจตัวเองผ่านแบบทดสอบต่าง ๆ

1. แบบทดสอบบุคลิกภาพ 16 Personalities: แบบทดสอบจะช่วยให้เราเข้าใจว่าพฤติกรรมของเราเป็นอย่างไรและสามารถส่งผลกระทบต่อคนรอบข้างได้อย่างไรบ้าง

2. Self-awareness quiz ของ Tasha Eurich: แบบทดสอบนี้ช่วยให้เราเห็นและเข้าใจว่าเรามี Self-awareness มากน้อยขนาดไหน โดยแบบทดสอบนี้ใช้เวลาเพียง 5 นาที และยังแนะนำวิธีการพัฒนาที่สามารถทำได้ด้วยตนเองทันทีด้วย

2. สอบถาม Feedback จากคนรอบตัว

ถาม Feedback จากครอบครัว เพื่อนฝูง หรือเพื่อนร่วมงานเพื่อทำการสำรวจและทำความเข้าใจว่า พฤติกรรม อารมณ์และความรู้สึกของเรามีผลต่อคนรอบข้างอย่างไรบ้าง

3. เขียนบันทึก (Journal) เพื่อสะท้อนและสำรวจตัวตน

นำข้อมูลที่ได้จากแบบทดสอบและ Feedback จากคนรอบข้างทั้งหมดมาเขียน Journal เพื่อทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นต่อเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง ทั้งความรู้สึกนึกคิดของเรา อารมณ์ที่เกิดขึ้นและวิธีรับมือของเราต่อเหตุการณ์นั้น ๆ

การเขียน Journal ช่วยให้เราเห็นภาพของตัวเราและอารมณ์ของเราเองได้ชัดเจนขึ้น เมื่อเราเขียนทบทวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะทำให้เราเห็นรูปแบบ (Pattern) ของบางสิ่งบางอย่างที่นำไปสู่ความเครียดและความกังวลของเราได้

อันที่จริงหลักคิดของ Self-awareness มีความคล้ายคลึงกับเรื่อง “สติ” หรือ “การอยู่กับปัจจุบัน” ที่คนไทยได้ยินกันมาตั้งแต่เล็กด้วย และที่จริงแล้วการนั่งสมาธิก็ช่วยเรื่องการตระหนักรู้ตัวเองด้วยเช่นกัน

สรุป

Self-awareness คือทักษะที่เป็นฐานรากของ EQ ซึ่งเป็นทักษะสำคัญในการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคม เมื่อคุณตระหนักรู้และรู้เท่าทันความคิดความรู้สึกของตนเองแล้ว คุณก็จะมองเห็นโอกาสในการพัฒนาตนเอง ควบคุมอารมณ์และจัดการอารมณ์ตนเองได้ดีขึ้น ทำงานกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นและใช้ศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นองค์กรที่ผู้นำและพนักงานมี Self-awareness สูง ก็จะสร้าง Productivity และ Performance ได้มากยิ่งขึ้นนั่นเอง


เราช่วยคุณได้นะ

Happily.ai ช่วยองค์กรสร้างโอกาสในการฝึกฝนความฉลาดทางอารมณ์ หรือ EQ อาทิ Self-awareness และ Empathy ผ่านการตอบคำถามและให้ Feedback รายวัน ไม่มีทางลัดใดในการพัฒนา EQ ให้แก่ทุกคนในองค์กร แต่เราช่วยคุณประกอบชิ้นส่วนสำคัญเข้าด้วยกัน (ภายในไม่กี่วัน ไม่ใช่หลักเดือน!) เราขอเชิญคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราเพื่อเรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในที่ทำงานของคุณ ให้ความสำคัญกับ EQ ได้ตั้งแต่วันนี้!

Happily.ai | เวทย์มนตร์เบื้องหลังทีมที่มีความสุขและมีสมรรถนะสูง
ให้ทีมของคุณทำงานได้ดีที่สุด โดยการได้รับการมีส่วนร่วมและความผูกพันของพนักงาน ปลูกฝังค่านิยม และความสัมพันธ์ที่ดี ที่ช่วยสร้างที่ทำงานที่คนรัก!

แหล่งอ้างอิง:

https://blog.happily.ai/th/emotional-intelligence-important-key-for-leaders-th/

https://www.emerald.com/insight/content/doi/10.1108/EJTD-04-2015-0031/full/html

https://guilfordjournals.com/doi/abs/10.1521/jscp.23.4.475.40307

https://hbr.org/2018/01/what-self-awareness-really-is-and-how-to-cultivate-it

https://www.jstor.org/stable/20152338?seq=1#page_scan_tab_contents

https://positivepsychology.com/self-awareness-matters-how-you-can-be-more-self-aware/#importance

Share this post